“ต้นขา” เรียกได้ว่า เป็นแหล่งรวมมัดกล้ามเนื้อ ที่ใหญ่ที่สุดของร่างกาย ช่วยให้เราเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ และมั่นคง แต่หลายคนมักมองข้ามความสำคัญ ประมาทในการใช้ชีวิต โดยเฉพาะการไม่วอร์มกล้ามเนื้อต้นขา ก่อนออกกำลังกาย จนทำให้เกิดอาการปวดต้นขา กล้ามเนื้อต้นขาอักเสบ ฯลฯ ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความรู้จัก อาการกล้ามเนื้อต้นขาอักเสบ รวมไปถึงวิธีการดูแลรักษา อย่างถูกวิธี เพื่อสุขภาพต้นขาที่แข็งแรง และไม่เป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิต
กล้ามเนื้อต้นขาอักเสบ เกิดจากอะไร?
มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ต้นขาของมนุษย์ มีกลุ่มกล้ามเนื้อหลัก ๆ อยู่ 3 มัดด้วยกัน ประกอบไปด้วย
กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า (Quadriceps) อยู่บริเวณหน้าขาของเรา มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ กระดูกเชิงกราน มาจนถึงเหนือข้อเข่า กล้ามเนื้อมัดนี้ ทำหน้าที่ช่วยพยุง ยึด และ เสริมความแข็งแรงของหัวเข่า ให้เราสามารถก้าว เดิน วิ่ง เคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง (Hamstring) อยู่บริเวณด้านหลังของขาเรา มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ กระดูกสะโพก ขนานยาวลงมากับ กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า โดยทั้งกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า และ กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง จะทำหน้าที่ช่วยกันประคับประคอง และ พยุงหัวเข่าของเราให้มั่นคง กล้ามเนื้อต้นขาด้านใน (Adductor) อยู่บริเวณขาหนีบชั้นใน เชื่อมต่อระหว่าง สะโพกด้านหน้า และ ด้านหลัง ไปจนถึงข้อเข่า กล้ามเนื้อต้นขาด้านในจะมีความยืดหยุ่น มากกว่ากล้ามเนื้อต้นขาด้านนอก และ ด้านหลังทั้งนี้ “กล้ามเนื้อต้นขาหน้าด้าน และ กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง มีความเสี่ยงในการเกิด กล้ามเนื้อต้นขาอักเสบ มากที่สุด” เพราะเป็นกล้ามเนื้อ ที่เชื่อมต่อไปยังกล้ามเนื้อน่อง ทำหน้าที่แบกรับน้ำหนัก พยุงข้อเข่าของเราเอาไว้ โดยสาเหตุหลัก ๆ ของการเกิดกล้ามเนื้อต้นขาอักเสบนั้น มักมาจาก กล้ามเนื้อต้นขา ขาดความยืดหยุ่น ทำให้มีอาการหดเกร็งแบบเฉียบพลัน หรือ ตึงมากจนเกินไป แล้วทำให้กล้ามเนื้อต้นขาบาดเจ็บ เกิดอาการปวดต้นขา สะสม กลายเป็นโรคกล้ามเนื้อต้นขาอักเสบได้นั่นเอง
ใครบ้าง? เสี่ยงกล้ามเนื้อต้นขาอักเสบ
สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยง ในการเป็นกล้ามเนื้อต้นขาอักเสบนั้น สามารถแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ด้วยกัน คือ
นักกีฬามืออาชีพ กลุ่มที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกาย โดยใช้ความเร็ว และ ต้องใช้แรงขาอย่างมาก เช่น นักกีฬาฟุตบอล นักวิ่ง นักรักบี้ นักบาสเก็ตบอล นักปั่นจักรยาน ฯลฯ เพราะในระหว่างเคลื่อนไหวร่างกาย จะมีการกระโดดสูง ลงมายังพื้น มีการหมุนตัว บิดตัว ซึ่งอาจส่งผลให้ข้อเท้า หัวเข่า และ ต้นขา เกิดอุบัติเหตุ หรือ เกิดการบาดเจ็บสะสม จนทำให้กล้ามเนื้อต้นขาอักเสบได้ผู้ที่ชอบออกกำลังกาย ที่บางครั้งอาจลืมยืดกล้ามเนื้อ หรือ ยืดกล้ามเนื้อก่อนออกกำลังกายได้ไม่ดีพอ จนทำให้กล้ามเนื้อต้นขา ขาดความยืดหยุ่น เกิดการหดเกร็ง หรือ ตึงอย่างเฉียบพลันในขณะออกกำลังกาย จนได้รับบาดเจ็บ กลายเป็นกล้ามเนื้อต้นขาอักเสบได้ ในที่สุดนักท่องเที่ยวสายผจญภัย โดยเฉพาะผู้ที่ชอบเดินป่า ปีนเขา และ ต้องใช้กำลังขาในการเดินทาง ซึ่งหากร่างกายไม่มีความพร้อมมากพอ อาจเกิดอาการปวดต้นขา และ เกิดเป็นกล้ามเนื้อต้นขาอักเสบระหว่างเดินทางท่องเที่ยวได้ผู้ประกอบอาชีพยกของหนัก ที่ต้องใช้แรงกำลังขามาก ในการแบกรับน้ำหนักสิ่งของ บางครั้งการย่อขา เพื่อหยิบยกสิ่งของบ่อย ๆ อาจทำให้เกิดการก้มผิดจังหวะ เกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ หัวเข่า เกิดการสะสม เป็นกล้ามเนื้อต้นขาอักเสบได้ในที่สุด
กล้ามเนื้อต้นขาอักเสบ ความอันตราย ที่ไม่ควรมองข้าม
ความอันตรายของ กล้ามเนื้อต้นขาอักเสบนั้น แบ่งออกได้เป็น 2 ระยะ คือ
กล้ามเนื้อต้นขาอักเสบ ระยะเฉียบพลัน : เกิดจากการหดเกร็ง ของกล้ามเนื้ออย่างกะทันหัน ทำให้เส้นเอ็นกล้ามเนื้อต้นขา และ หลอดเลือดบริเวณต้นขา ได้รับบาดเจ็บ จนเกิดอาการปวดต้นขา มีอาการบวม แดง ขึ้นมาได้ กล้ามเนื้อต้นขาอักเสบ ระยะเรื้อรัง : หากไม่ทำการรักษากล้ามเนื้อต้นขาอักเสบ ปล่อยให้ปวดต้นขานานเกิน 1 เดือน หรือ ไม่รักษาอย่างเคร่งครัด มีอาการปวดเป็น ๆ หาย ๆ จะเข้าสู่ระยะอักเสบเรื้อรัง ทำให้เกิดการบาดเจ็บลึกลงไป หากไม่ทำการรักษาแบบจริงจัง ก็อาจจะส่งผลเสียในระยะยาวได้ เช่น เกิดผังผืด ขาอ่อนแรง เป็นต้น
ทำอย่างไร เมื่อกล้ามเนื้อต้นขาอักเสบ
วิธีการรักษา อาการปวดขา กล้ามเนื้อต้นขาอักเสบ หลากหลายวิธีด้วยกัน เช่น
การรักษา อาการปวดขา กล้ามเนื้อต้นขาอักเสบ ด้วยการพักใช้งานขา ด้วยเทคนิค RICE R (Rest) เป็นการลดใช้งานต้นขา เพื่อให้เวลาร่างกาย ได้ทำการซ่อมแซมอาการปวดขาด้วยตัวเอง ยิ่งถ้าเราหยุดเคลื่อนไหว นานเท่าไหร่ หรือ เลี่ยงการใช้ขามากเท่าไหร่ อาการปวดต้นขา และ กล้ามเนื้อต้นขาอักเสบ ก็จะยิ่งหายเร็วขึ้นเท่านั้น
I (Ice) ประคบเย็นทันที เมื่อมีอาการปวดต้นขา เพราะมีส่วนช่วยลดอาการ และ อาการบวม ได้เป็นอย่างดี ควรทำภายใน 1 – 2 วันแรก ที่รู้สึกปวดต้นขา เพราะจะช่วยลดความเสี่ยง ในการเกิดกล้ามเนื้อต้นขาอักเสบได้ ทั้งนี้ควรประคบเย็นประมาณ 20 – 30 นาที วันละ 2 – 3 ครั้ง
C (Compression) เป็นการใช้ผ้าพันต้นขา แต่ไม่ต้องพันตึงจนเกินไป เพื่อให้เลือดไหลเวียนสะดวก ทั้งนี้การใช้ผ้าพันต้นขาจะช่วยลดอาการปวดต้นขา ลดอาการบวม อักเสบได้
E (Elevation) เป็นการนอนยกขาสูง เพื่อช่วยรักษา อาการปวดขา ลดอาการบวม และ ลดอาการกล้ามเนื้อต้นขาอักเสบ เพื่อให้เลือดวิ่งไปหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อ บริเวณที่บาดเจ็บ ได้อย่างสะดวก ซึ่งวิธีการก็คือ ให้ใช้หมอนรองต้นขา ให้สูงขึ้นมากว่าระดับหัวใจ เพียงเท่านี้ ก็สามารถช่วยบรรเทาอาการกล้ามเนื้อต้นขาอักเสบได้แล้ว
การรักษา อาการปวดขา กล้ามเนื้อต้นขาอักเสบ ด้วยการทานยา เช่น ยาพาราเซตามอล ยาไอบูโปรเฟน ยานาพรอกเซน โดยยาแต่ละชนิด หากเราทานต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานาน จะเสี่ยงต่อสารเคมีตกค้างในร่างกาย เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดในสมอง โรคหัวใจวายได้ อีกทั้งเป็นยาที่เหมาะกับผู้ป่วยบางกลุ่มเท่านั้น ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางโรคอยู่ อาจไม่สามารถทานได้
การรักษา อาการปวดขา กล้ามเนื้อต้นขาอักเสบ ด้วยการใช้ยาภายนอก เช่น ใช้ยาทากล้ามเนื้อต้นขาอักเสบ แบบเจล แบบครีม แบบน้ำมัน หรือ สเปรย์ฉีดขา แก้ปวด ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากกล้ามเนื้อต้นขาอักเสบ ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ยาใช้ภายนอกส่วนใหญ่ จะมีส่วนผสมเมนทอล หรือ ยูคาลิปตัสอยู่ ดังนั้นเวลาใช้แล้ว จะรู้สึกร้อน – เย็น ทำให้รู้สึกว่าอาการปวดต้นขา ดีขึ้นได้ แต่ก็เพียงชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งความจริงนั้น ตัวยาไม่ได้เข้าไปรักษากล้ามเนื้อต้นขาอักเสบถึงต้นตอ หรือ เข้าไปฟื้นฟูให้กลับแข็งแรง
การรักษา อาการปวดขา กล้ามเนื้อต้นขาอักเสบ ด้วยการใช้เครื่องมือทางการแพทย์ เช่น คลื่นอัลตร้าซาวน์ เครื่องเลเซอร์ การผ่าตัดกรณีที่กล้ามเนื้อต้นขาอักเสบแล้วฉีกขาด เป็นต้น
การรักษา อาการปวดขา กล้ามเนื้อต้นขาอักเสบ ด้วยการทำกายภาพบำบัด การรักษา อาการปวดขา กล้ามเนื้อต้นขาอักเสบ ด้วยการทำกายภาพบำบัด จะช่วยทำให้กล้ามเนื้อต้นขา กลับมาแข็งแรง ยืดหยุ่นได้ดี และ เคลื่อนไหวได้อย่างปกติ ทั้งนี้แนะนำให้ทำ หลังจากรักษาอาการกล้ามเนื้อต้นขาอักเสบ จนหายดีแล้ว
ป้องกัน กล้ามเนื้อต้นขาอักเสบได้ ด้วยวิธีนี้
เป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่า การป้องกัน ย่อมดีกว่าการรักษาหลังบาดเจ็บ ดังนั้นเราจึงมีเทคนิคดี ๆ ที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับต้นขา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกล้ามเนื้อต้นขาอักเสบ มาฝากกัน ดังนี้
อบอุ่นร่างกาย ก่อนออกกำลังกายเสมอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อต้นขา ให้แข็งแรง ระมัดระวังในการออกกำลังกาย หรือ ทำกิจกรรมต่าง ๆ อยู่เสมอ เลือกใส่รองเท้าที่เหมาะกับรูปเท้าตัวเอง เหมาะกับประเภทการใช้งาน ไม่บีบเท้า สามารถยึดเกาะกับพื้นได้ดี เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุหกล้ม ลื่นล้ม จนทำให้กล้ามเนื้อต้นขาอักเสบขึ้นมาได้ หลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าส้นสูง เป็นเวลานาน เพื่อไม่ให้ขาแบกรับน้ำหนักตลอดทั้งวัน หลีกเลี่ยงการใช้งานขา ในท่าซ้ำ ๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยเฉพาะการวิ่งเร็ว วิ่งนาน เดินนาน ทานอาหาร ที่มีแคลเซียมสูง เพื่อบำรุงกระดูกต้นขา ให้แข็งแรง เช่น นม ถั่วเหลือง งาดำ อัลมอนด์ ปลาตัวเล็ก เป็นต้น ทานอาหาร ที่มีเบต้าแคโรทีนสูง เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันการอักเสบของกล้ามเนื้อต้นขา และ ข้อได้ เช่น ตำลึง ฟักทอง แครอท ข้าวโพด มะเขือเทศ เป็นต้น ทานสมุนไพร หรือ ยาสมุนไพร ที่มีส่วนช่วยบำรุง และ ป้องกันอาการปวดต้นขา