ปวดเข่า ปวดหลัง ควรไปพบหมอออร์โธปิดิกส์เมื่อไหร่

อาการปวดเข่าและปวดหลังเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในคนทุกวัย ตั้งแต่คนทำงานออฟฟิศ ผู้ใช้แรงงาน ไปจนถึงนักกีฬา บางครั้งอาการอาจหายได้เอง แต่ในหลายกรณีอาจเป็นสัญญาณของปัญหาที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ

การรู้ว่าเมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์ จะช่วยป้องกันไม่ให้อาการลุกลาม และลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บเรื้อรัง


หมอออร์โธปิดิกส์คือใคร

แพทย์ออร์โธปิดิกส์คือแพทย์เฉพาะทางที่ดูแลรักษาโรคเกี่ยวกับกระดูก ข้อ เอ็น กล้ามเนื้อ และเส้นประสาทที่เกี่ยวข้องกับระบบการเคลื่อนไหว

สามารถวินิจฉัยและรักษาอาการต่าง ๆ เช่น
ปวดเข่า ปวดหลัง ปวดคอ
เอ็นอักเสบ เอ็นฉีก
กระดูกหัก
ข้อเสื่อม
อาการบาดเจ็บจากกีฬา


อาการปวดเข่าที่ควรไปพบแพทย์

ปวดเข่าต่อเนื่องเกิน 1–2 สัปดาห์

หากอาการไม่ดีขึ้นแม้พักหรือกินยา อาจเป็นสัญญาณของปัญหาภายในข้อเข่า เช่น เอ็นอักเสบ หรือข้อเข่าเสื่อม

เข่าบวม หรือมีเสียงในข้อ

อาการบวม รู้สึกตึง หรือมีเสียงดังขณะงอเข่า อาจเกิดจากหมอนรองข้อเข่าหรือเอ็นมีปัญหา

เดินแล้วเจ็บ หรือเข่าทรุด

หากมีอาการเจ็บเวลาเดิน ขึ้นลงบันได หรือรู้สึกเข่าไม่มั่นคง ควรรีบตรวจเพื่อป้องกันการบาดเจ็บรุนแรง

เข่าล็อก หรือเหยียดงอไม่ได้

เป็นอาการที่ไม่ควรปล่อยไว้ อาจเกี่ยวข้องกับหมอนรองข้อเข่าฉีกขาด


อาการปวดหลังที่ควรไปพบแพทย์

ปวดหลังเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์

หากปวดต่อเนื่องหรือเป็นบ่อย อาจมีปัญหาที่กระดูกสันหลังหรือหมอนรองกระดูก

ปวดร้าวลงขา หรือมีอาการชา

อาการปวดหลังที่ลามลงขา หรือมีอาการชาร่วมด้วย อาจเกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับ

ปวดมากจนใช้ชีวิตลำบาก

หากอาการปวดส่งผลต่อการนั่ง ยืน หรือเดิน ควรเข้ารับการตรวจโดยแพทย์

เกิดอุบัติเหตุแล้วมีอาการปวด

หากมีประวัติหกล้ม อุบัติเหตุ หรือยกของหนักแล้วปวดหลัง ควรตรวจเพื่อป้องกันการบาดเจ็บรุนแรง


สาเหตุที่พบบ่อยของอาการปวดเข่าและปวดหลัง

พฤติกรรมการใช้ชีวิต

นั่งนาน ยืนนาน ยกของหนัก หรือท่าทางที่ไม่เหมาะสม

การใช้งานข้อซ้ำ ๆ

เช่น เล่นกีฬา วิ่ง หรือทำงานที่ใช้แรงซ้ำ ๆ

ความเสื่อมตามวัย

ข้อเข่าเสื่อม หรือกระดูกสันหลังเสื่อม

อุบัติเหตุ

การล้ม การกระแทก หรือการบาดเจ็บจากกีฬา


การวินิจฉัยและการรักษา

การตรวจร่างกาย

แพทย์จะประเมินอาการ ตรวจการเคลื่อนไหว และซักประวัติ

การเอกซเรย์หรือวินิจฉัยเพิ่มเติม

อาจใช้เอกซเรย์ดิจิตอลหรือการตรวจเพิ่มเติมเพื่อดูความผิดปกติของกระดูกและข้อ

การรักษาแบบไม่ผ่าตัด

ในหลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด เช่น
การใช้ยา
กายภาพบำบัด
การฉีดยาเข้าข้อ

การผ่าตัด

ในกรณีที่อาการรุนแรง เช่น เอ็นขาด หรือข้อเสื่อมมาก อาจต้องพิจารณาการผ่าตัด


ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการเหล่านี้

ปวดรุนแรงเฉียบพลัน
ขยับไม่ได้หรือเดินไม่ได้
มีอาการชา อ่อนแรง
มีไข้ร่วมกับปวดข้อ
อุบัติเหตุรุนแรง


วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้น

พักการใช้งาน

หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ปวดมากขึ้น

ประคบเย็นหรืออุ่น

ช่วยลดอาการอักเสบและคลายกล้ามเนื้อ

ปรับพฤติกรรม

นั่งให้ถูกท่า หลีกเลี่ยงการยกของหนัก

ออกกำลังกายเบา ๆ

ช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและข้อ


สรุป

อาการปวดเข่าและปวดหลังอาจเป็นเรื่องเล็กในช่วงแรก แต่หากปล่อยไว้อาจกลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่กระทบต่อการใช้ชีวิต

หากมีอาการปวดต่อเนื่อง ปวดรุนแรง หรือมีอาการผิดปกติร่วม ควรรีบพบแพทย์ออร์โธปิดิกส์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก

การดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้หายเร็ว ลดความเสี่ยง และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติเร็วขึ้น