โรคกระดูกพรุนเป็นภาวะที่กระดูกมีความหนาแน่นลดลง ทำให้กระดูกเปราะบาง หักได้ง่าย แม้เกิดจากแรงกระแทกเพียงเล็กน้อย ปัญหานี้มักเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ และไม่มีอาการชัดเจนในระยะเริ่มต้น ทำให้หลายคนไม่รู้ตัวว่ากำลังเผชิญกับโรคกระดูกพรุนจนเกิดอาการรุนแรง ดังนั้นการสังเกตสัญญาณเริ่มต้นถือเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันและลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
อาการปวดหลังอาจเป็นผลมาจากกระดูกสันหลังเริ่มบางลงหรือเกิดการยุบตัวของกระดูก เมื่อกระดูกสันหลังรองรับน้ำหนักไม่ดีเหมือนเดิม ความปวดจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ลักษณะอาการที่ควรระวัง ได้แก่
ปวดหลังช่วงเอวแบบตื้อ ๆ
ปวดหลังมากขึ้นเมื่อยืนนาน
ปวดหลังเมื่อยกของเบา ๆ หรือเปลี่ยนท่า
แม้อาการจะไม่รุนแรงในช่วงแรก แต่เป็นสัญญาณที่ควรตรวจเช็กความหนาแน่นของกระดูก
ผู้ที่มีโรคกระดูกพรุนมักมีความสูงลดลงทีละน้อย เนื่องจากกระดูกสันหลังบางส่วนยุบตัวหรือมีการหดสั้นของกระดูก
ในหลายกรณี ความสูงอาจลดลงตั้งแต่ 1–5 เซนติเมตรโดยที่เจ้าตัวไม่ทันสังเกต การวัดส่วนสูงเป็นประจำปีละ 1 ครั้งสามารถช่วยติดตามความเปลี่ยนแปลงได้ดี
เมื่อกระดูกสันหลังอ่อนแอจากความหนาแน่นที่ลดลง โครงสร้างของหลังอาจเปลี่ยนแปลง ทำให้มีลักษณะค่อย ๆ โค้งตัวหรือหลังค่อมมากขึ้น
ลักษณะอาการที่พบ เช่น
ไหล่ดูห่อมากขึ้น
หลังส่วนบนโค้งผิดปกติ
ยืนหลังตรงได้ยาก
ภาวะนี้อาจเกิดจากกระดูกสันหลังยุบตัวหรือเสียความสมดุลของกล้ามเนื้อร่วมด้วย
หนึ่งในอาการสำคัญของโรคกระดูกพรุนคือ “กระดูกหักง่าย” โดยมักเกิดจากแรงเล็กน้อย เช่น
หกล้มเบา ๆ
เดินสะดุดพื้นเรียบ
ยกของน้ำหนักไม่มาก
ตำแหน่งที่พบกระดูกหักบ่อย ได้แก่ ข้อมือ สะโพก และกระดูกสันหลัง หากเกิดกระดูกหักจากอุบัติเหตุเล็กน้อยควรเข้ารับการตรวจวัดความหนาแน่นกระดูกทันที
เมื่อกระดูกเริ่มบางลง อาจทำให้เกิดอาการเจ็บบริเวณกระดูกบางจุด โดยเฉพาะ
หลังส่วนล่าง
สะโพก
กระดูกซี่โครง
อาการเจ็บแบบแปล๊บ ขณะกดหรือขยับตัว อาจเป็นสัญญาณว่ากระดูกกำลังเสื่อมความแข็งแรง
โรคกระดูกพรุนอาจทำให้ผู้ป่วยมีความมั่นคงของร่างกายลดลง เนื่องจากกล้ามเนื้อรอบกระดูกทำงานหนักขึ้นเพื่อพยุงน้ำหนัก
อาการที่พบ ได้แก่
ทรงตัวยืนไม่ดี
ล้มง่าย
กล้ามเนื้อหลังหรือสะโพกล้าเร็ว
สัญญาณเหล่านี้สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างกระดูกที่ควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม
ตำแหน่งอย่างสะโพกและข้อมือเป็นบริเวณที่กระดูกหักจากโรคกระดูกพรุนบ่อยที่สุด หากเริ่มมีอาการปวดสะโพกหรือข้อมือเวลายืน เดิน ถือของ หรือบิดข้อมือ ควรระวังว่ากระดูกอาจกำลังเริ่มอ่อนแอ
บางคนอาจรู้สึกเจ็บเมื่อเคลื่อนไหวบางท่า หรือได้ยินเสียงลั่นมากกว่าปกติเมื่อขยับข้อกระดูก แม้ไม่ได้เจ็บรุนแรง แต่อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของความเสื่อมของโครงกระดูกและข้อต่อต่าง ๆ
หากมีอาการข้างต้นร่วมกับปัจจัยเสี่ยงต่อไปนี้ ควรตรวจสุขภาพกระดูกเป็นพิเศษ
อายุเกิน 50 ปี
ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน
น้ำหนักตัวน้อย
ขาดการออกกำลังกาย
ไม่ได้รับแคลเซียมและวิตามินดีเพียงพอ
ดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่
มีประวัติครอบครัวเป็นโรคกระดูกพรุน
อาการเริ่มต้นของโรคกระดูกพรุนมักแสดงออกอย่างค่อยเป็นค่อยไป เช่น ปวดหลัง ส่วนสูงลดลง หลังค่อม กระดูกหักง่าย และการทรงตัวไม่ดี การสังเกตอาการเหล่านี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยให้สามารถป้องกันความรุนแรงและวางแผนดูแลสุขภาพกระดูกได้ทันเวลา หากมีอาการเข้าข่ายควรเข้ารับการตรวจความหนาแน่นของกระดูกเพื่อประเมินภาวะและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม
แนะนำคลินิก www.sasipongclinic.com
©2023. sasipongclinic. All Rights Reserved.