“ข้อเข่า” ของเราทุกคนจะมีการเสื่อมสภาพไปตามอายุ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องมีอาการเจ็บเข่า หรือปวดเข่าจนทำให้การเดินหรือการออกกำลังกายทำไม่ได้เหมือนเคย เพราะมีผู้สูงอายุจำนวนมากที่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องปวดข้อเข่าจนถึงกับต้องรับประทานยาหรือไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษา แต่ก็ยังมีคนวัยทำงานและผู้สูงอายุอีกจำนวนหนึ่งที่มีปัญหาข้อเข่ามากเช่นกัน
ซึ่งตัวการสำคัญที่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะของข้อเข่าเสื่อมคือ “ผิวข้อ” ซึ่งเป็นกระดูกอ่อนชนิดพิเศษที่มีผิวเรียบเป็นเงามัน มีแรงเสียดสีระหว่างการเคลื่อนไหวของข้อน้อยมาก หากกระดูกอ่อนที่เป็นผิวข้อนี้เกิดบาดแผล บาดเจ็บหรือชำรุดไปแล้วไม่สามารถซ่อมแซมหรืองอกขึ้นมาใหม่ให้เหมือนเดิมได้ ก็มักจะศูนย์เสียสมรรถภาพในการทำงานไป ซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะข้อเข่าเสื่อมตามมานั่นเอง
มีหลายอย่างด้วยกันสาเหตุสำคัญๆ ที่พบบ่อยๆ คือ
พยายามรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในระดับปกติ อย่าให้อ้วนหรือมีน้ำหนักตัวมากเกินไป
พยายามบริหารกล้ามเนื้อของข้อเข่าให้แข็งแรง เวลาเดินหรือวิ่งกล้ามเนื้อรอบๆ ข้อเข่าจะทำหน้าที่ดูดซึมหรือรับน้ำหนักที่ผ่านข้อเข่าเอาไว้ ก่อนน้ำหนักที่เหลือหรือที่เกินขีดความสามารถของกล้ามเนื้อจะรับไว้ จะถูกปล่อยให้ผ่านเข้าไปในข้อเข่าโดยกระดูกอ่อนที่เป็นผิวข้อจะเป็นตัวรับน้ำหนักที่เหลือแทน ดังนั้นน้ำหนักจะผ่านเข้าผิวข้อมากน้อยเพียงใด จึงขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบๆ ข้อเข่า
ถ้ากล้ามเนื้อรอบๆ ข้อเข่าแข็งแรงมาก แรงที่จะผ่านเข้าผิวข้อก็จะน้อยมาก แต่ถ้ากล้ามเนื้อแข็งแรงน้อย แรงที่ผ่านเข้าผิวข้อก็จะมีมาก ถ้าแรงที่ผ่านผิวข้อมากถึงระดับหนึ่งก็จะเป็นการทำลายกระดูกอ่อนที่เป็นผิวข้อ ทำให้ชำรุดเสียหาย ส่งผลให้เกิดการเสื่อมของข้อได้ ดังนั้นการบริหารกล้ามเนื้อข้อเข่าให้แข็งแรงจึงมีความสำคัญมากต่อการเสื่อมตัวของข้อเข่า
หลีกเลี่ยงลักษณะการใช้ข้อเข่าที่ทำให้เกิดแรงกดดันหรือเสียดสีในข้อเข่ามากเกินไป เช่น การนั่งยองๆ นั่งคุกเข่า พับเพียบ หรือขัดสมาธิ เป็นต้น
กับข้อสงสัยที่ว่าการวิ่งทำให้เกิดแรงกระแทกในข้อเข่า แล้วส่งผลทำให้เกิดการเสื่อมตัวของข้อเข่าเร็วขึ้นหรือไม่? ในความเป็นความจริงแล้ว การวิ่งมีประโยชน์ต่อข้อเข่ามากกว่าจะทำร้าย คือทำให้กล้ามเนื้อรอบเข่าแข็งแรง น้ำหนักตัวลด ซึ่งช่วยให้แรงที่ผ่านเข้าไปในผิวข้อเข่าจากการใช้ชีวิตประจำวันลดลง แต่ถ้าเกิดการเสื่อมตัวของข้อเข่าแล้วและมีอาการเจ็บปวดในข้อเข่าจนไม่สามารถวิ่งได้ ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำในการบริหารกล้ามเนื้อข้อเข่า โดยไม่ให้เกิดผลเสียต่อผิวข้อในอนาคต
แพทย์จะเริ่มต้นจากการซักถามประวัติ ตรวจอาการต่างๆ จากเข่าว่ามีอาการบวมแดงไหม พอกดแล้วเจ็บหรือเปล่า และดูการเคลื่อนไหวของเข่าว่าผิดแปลกไปจากปกติหรือไม่ นอกจากนั้นอาจมีการตรวจเพิ่มเติมจากการเอกซเรย์ (X-rays) หรือใช้เครื่องสร้างภาพด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging: MRI) เพื่อช่วยให้การวินิจฉัยละเอียดและหาสาเหตุได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
อีกทั้งแพทย์อาจนำน้ำในไขข้อหรือเลือดไปตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้มีอาการปวดข้อหรืออาการที่คล้ายเข่าเสื่อม เช่น โรคเก๊าท์ รูมาตอยด์ การอักเสบหรือการติดเชื้อต่างๆ เป็นต้น
ปัจจุบันการรักษาข้อเข่าเสื่อม สามารถทำได้ด้วยกันหลายวิธี หากโรคยังไม่รุนแรงถึงกับต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า แพทย์อาจพิจารณาให้ใช้การรักษาด้วยการฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่า เพราะการฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่าเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม ผู้ที่มีอาการข้อเข่าเสื่อม น้ำเลี้ยงข้อจะมีความผิดปกติ คือ มีความเข้มข้นและความยืดหยุ่นลดน้อยลง เนื่องจากสาร Hyaluronic เสื่อมคุณภาพ ซึ่งการฉีดยาเข้าไปจะส่งผลให้ข้อเข่าลื่น ลดการเสียดสีที่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดได้
การรักษาแบบนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคน เพราะหากข้อเข่าของคนไข้มีการติดเชื้อมาก่อน หรือเป็นโรคผิวหนังในบริเวณที่จะต้องฉีดยา แพทย์ก็จะพิจารณาเป็นการรักษาด้วยวิธีอื่นแทน คนไข้หลายคนอาจกังวลเรื่องการฉีดยา แต่โดยปกติแล้วการฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่าจะไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย อาจพบเพียงอาการปวด บวม แดง เหมือนการฉีดยาทั่วไป ซึ่งจะหายได้เอง หรืออาจใช้การประคบเย็นเพื่อช่วยให้หายเร็วขึ้น และหลังฉีดยาควรพักการใช้ข้อเข่าอย่างน้อย 2 วัน
ข้อเข่าที่มีการเสื่อมตัวจนถึงขนาดที่มีอาการเจ็บปวด และไม่สามารถให้การรักษาทางยาหรือกายภาพบำบัดได้แล้ว ในปัจจุบันเราสามารถทำการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อใหม่ หรือที่เรียกว่า ผ่าตัดใส่ข้อเข่าเทียม ซึ่งมีหลักการคือทำการผ่าตัดเอาผิวข้อที่เสียไปแล้วออกให้หมด แล้วใส่ผิวข้อใหม่ซึ่งทำมาจากวัสดุพิเศษทางการแพทย์ที่มีความแข็งแรงทนทาน และเข้ากับเนื้อเยื่อของร่างกายได้ โดยข้อเข่าเทียมนี้ได้รับการออกแบบมาให้มีการเคลื่อนไหวได้เหมือนข้อเข่าจริง
ปัจจุบันมีการนำ computer มาช่วยในการทำการผ่าตัดใส่ข้อเข่าเทียม ซึ่งจะช่วยให้การวางตำแหน่งของการใส่ข้อเข่าเทียมให้ถูกต้องแม่นยำขึ้น
การผ่าตัดแผลเล็ก เป็นการผ่าตัดที่หวังผลให้ความเจ็บปวดหลังผ่าตัดลดลงกว่าการผ่าตัดแบบเดิม คนไข้ฟื้นตัวไว แผลหายเร็ว และคนไข้สามารถใช้ข้อเข่ากลับมาเดินได้อย่างปกติเร็วขึ้น แต่ทั้งนี้ศัลยแพทย์จะพิจารณาเป็นรายบุคคลว่าสามารถใช้การผ่าตัดแบบนี้ได้หรือไม่ เพราะต้องประกอบด้วยปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความรุนแรงของโรค และสภาพร่างกายโดยรวมของคนไข้ หากใครมีอาการปวดเข่า และกังวลว่าอาจจะเป็นข้อเข่าเสื่อม แนะนำว่าให้รีบมาพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและรักษา ก่อนที่อาการจะลุกลามสร้างความเจ็บปวดอย่างมาก
นพ. กอบศักดิ์ อุดมเดช
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมโรคกระดูกและข้อ
ศูนย์กล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์
ขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.phyathai.com/th/article/2715-ปวดเข่ามากระดับไหน_ควร
©2023. sasipongclinic. All Rights Reserved.