ผ่าตัดเปลี่ยนแนวกระดูกเข่าคืออะไร และต่างจากเปลี่ยนข้อเข่าเทียมอย่างไร

อาการปวดเข่าจาก ข้อเข่าเสื่อม ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเสมอไป เพราะในผู้ป่วยบางกลุ่ม แพทย์อาจพิจารณา ผ่าตัดเปลี่ยนแนวกระดูกเข่า เพื่อช่วยปรับการลงน้ำหนักและลดแรงกดบริเวณข้อเข่าส่วนที่เสื่อม

การผ่าตัดทั้ง 2 วิธีมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดอาการปวดและเพิ่มความสามารถในการใช้งานข้อเข่า แต่หลักการรักษาและกลุ่มผู้ป่วยที่เหมาะสมแตกต่างกัน

ผ่าตัดเปลี่ยนแนวกระดูกเข่าคืออะไร

การผ่าตัดเปลี่ยนแนวกระดูกเข่า หรือที่มักเรียกว่า High Tibial Osteotomy (HTO) เป็นการผ่าตัดปรับแนวกระดูกบริเวณรอบข้อเข่า เพื่อให้แรงที่ลงผ่านข้อเข่ากระจายไปยังบริเวณที่ยังมีสภาพดีกว่า

ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยที่มีข้อเข่าเสื่อมด้านในและมีลักษณะขาโก่ง แรงกดอาจลงบริเวณด้านในของข้อเข่ามากเกินไป

แพทย์อาจปรับแนวกระดูกเพื่อช่วยกระจายแรงไปยังส่วนอื่นของข้อเข่า และลดภาระบริเวณที่เสื่อม

ใครอาจเหมาะกับการผ่าตัดเปลี่ยนแนวกระดูก

แพทย์มักพิจารณาวิธีนี้ในผู้ป่วยบางราย เช่น

  • มีข้อเข่าเสื่อมเฉพาะบางส่วนของข้อ
  • มีแนวขาโก่งหรือผิดแนว
  • อายุยังไม่มากและต้องการใช้งานข้อเข่าค่อนข้างมาก
  • ข้อเข่าส่วนอื่นยังมีสภาพค่อนข้างดี
  • การรักษาแบบไม่ผ่าตัดไม่สามารถควบคุมอาการได้เพียงพอ

อย่างไรก็ตาม ต้องประเมินจากภาพเอกซเรย์ อาการ การเคลื่อนไหวข้อเข่า และสุขภาพโดยรวมร่วมกัน

แล้วการเปลี่ยนข้อเข่าเทียมคืออะไร

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม เป็นการนำผิวข้อที่เสื่อมหรือเสียหายออกบางส่วน แล้วใส่วัสดุข้อเทียมเข้าไปทดแทน

อาจแบ่งเป็น

  • การเปลี่ยนข้อเข่าเทียมบางส่วน
  • การเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งข้อ

วิธีที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับตำแหน่งและระดับความเสียหายของข้อเข่า

ผ่าตัดเปลี่ยนแนวกระดูกกับเปลี่ยนข้อเข่าเทียมต่างกันอย่างไร

การผ่าตัดเปลี่ยนแนวกระดูกเข่า

เน้น รักษาข้อเข่าธรรมชาติของผู้ป่วยเอาไว้ และปรับแนวการรับน้ำหนักให้เหมาะสมขึ้น

เหมาะกับผู้ป่วยที่ข้อเข่าเสื่อมยังไม่ทั่วทั้งข้อ และยังต้องการใช้งานข้อเข่าค่อนข้างมาก

การเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

เป็นการ เปลี่ยนผิวข้อที่เสียหายด้วยข้อเทียม เหมาะกับผู้ป่วยที่มีความเสื่อมมาก อาการปวดรบกวนชีวิตประจำวัน หรือข้อเข่าเสียหายหลายส่วน

ข้อดีของการเปลี่ยนแนวกระดูกเข่า

ในผู้ป่วยที่เหมาะสม อาจมีข้อดี เช่น

  • ช่วยรักษาข้อเข่าธรรมชาติไว้
  • ลดแรงกดบริเวณข้อที่เสื่อม
  • ช่วยลดอาการปวดและเพิ่มการใช้งานข้อเข่า
  • อาจช่วยชะลอความจำเป็นในการเปลี่ยนข้อเข่าเทียมในอนาคต

แต่ไม่ได้หมายความว่าจะป้องกันข้อเข่าเสื่อมได้ตลอดไป

แบบไหนดีกว่ากัน

ไม่มีวิธีใดดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยทุกคน

การเลือกวิธีรักษาต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย ได้แก่

  • อายุ
  • ระดับข้อเข่าเสื่อม
  • ตำแหน่งที่ข้อเสื่อม
  • แนวขา
  • น้ำหนักตัว
  • ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
  • ความต้องการใช้งานข้อเข่า
  • โรคประจำตัว

ดังนั้นผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายกันอาจได้รับคำแนะนำการรักษาที่แตกต่างกัน

ก่อนผ่าตัดต้องตรวจอะไรบ้าง

แพทย์อาจประเมินด้วย

  • การตรวจร่างกาย
  • การตรวจแนวขา
  • เอกซเรย์ข้อเข่า
  • ภาพเอกซเรย์ขณะลงน้ำหนัก
  • การตรวจเพิ่มเติมในบางกรณี

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์วางแผนว่าควรปรับแนวกระดูกหรือเลือกวิธีรักษาอื่น

สรุป

การผ่าตัดเปลี่ยนแนวกระดูกเข่า เป็นการปรับแนวกระดูกเพื่อกระจายแรงกดออกจากบริเวณข้อเข่าที่เสื่อม โดยพยายามรักษาข้อเข่าธรรมชาติของผู้ป่วยเอาไว้

ส่วน การเปลี่ยนข้อเข่าเทียม เป็นการเปลี่ยนผิวข้อที่เสียหายด้วยวัสดุข้อเทียม และมักพิจารณาในผู้ป่วยที่มีความเสื่อมมากกว่า

การตัดสินใจเลือกวิธีใดควรได้รับการประเมินจาก แพทย์ออร์โธปิดิกส์เฉพาะทางด้านข้อเข่า เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะกับอายุ ระดับความเสื่อม และการใช้ชีวิตของผู้ป่วยแต่ละคน

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้ หากมีอาการปวดเข่า ขาโก่ง หรือข้อเข่าเสื่อม ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม