อาการปวดเข่าจาก ข้อเข่าเสื่อม ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเสมอไป เพราะในผู้ป่วยบางกลุ่ม แพทย์อาจพิจารณา ผ่าตัดเปลี่ยนแนวกระดูกเข่า เพื่อช่วยปรับการลงน้ำหนักและลดแรงกดบริเวณข้อเข่าส่วนที่เสื่อม
การผ่าตัดทั้ง 2 วิธีมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดอาการปวดและเพิ่มความสามารถในการใช้งานข้อเข่า แต่หลักการรักษาและกลุ่มผู้ป่วยที่เหมาะสมแตกต่างกัน
การผ่าตัดเปลี่ยนแนวกระดูกเข่า หรือที่มักเรียกว่า High Tibial Osteotomy (HTO) เป็นการผ่าตัดปรับแนวกระดูกบริเวณรอบข้อเข่า เพื่อให้แรงที่ลงผ่านข้อเข่ากระจายไปยังบริเวณที่ยังมีสภาพดีกว่า
ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยที่มีข้อเข่าเสื่อมด้านในและมีลักษณะขาโก่ง แรงกดอาจลงบริเวณด้านในของข้อเข่ามากเกินไป
แพทย์อาจปรับแนวกระดูกเพื่อช่วยกระจายแรงไปยังส่วนอื่นของข้อเข่า และลดภาระบริเวณที่เสื่อม
แพทย์มักพิจารณาวิธีนี้ในผู้ป่วยบางราย เช่น
อย่างไรก็ตาม ต้องประเมินจากภาพเอกซเรย์ อาการ การเคลื่อนไหวข้อเข่า และสุขภาพโดยรวมร่วมกัน
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม เป็นการนำผิวข้อที่เสื่อมหรือเสียหายออกบางส่วน แล้วใส่วัสดุข้อเทียมเข้าไปทดแทน
อาจแบ่งเป็น
วิธีที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับตำแหน่งและระดับความเสียหายของข้อเข่า
เน้น รักษาข้อเข่าธรรมชาติของผู้ป่วยเอาไว้ และปรับแนวการรับน้ำหนักให้เหมาะสมขึ้น
เหมาะกับผู้ป่วยที่ข้อเข่าเสื่อมยังไม่ทั่วทั้งข้อ และยังต้องการใช้งานข้อเข่าค่อนข้างมาก
เป็นการ เปลี่ยนผิวข้อที่เสียหายด้วยข้อเทียม เหมาะกับผู้ป่วยที่มีความเสื่อมมาก อาการปวดรบกวนชีวิตประจำวัน หรือข้อเข่าเสียหายหลายส่วน
ในผู้ป่วยที่เหมาะสม อาจมีข้อดี เช่น
แต่ไม่ได้หมายความว่าจะป้องกันข้อเข่าเสื่อมได้ตลอดไป
ไม่มีวิธีใดดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยทุกคน
การเลือกวิธีรักษาต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย ได้แก่
ดังนั้นผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายกันอาจได้รับคำแนะนำการรักษาที่แตกต่างกัน
แพทย์อาจประเมินด้วย
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์วางแผนว่าควรปรับแนวกระดูกหรือเลือกวิธีรักษาอื่น
การผ่าตัดเปลี่ยนแนวกระดูกเข่า เป็นการปรับแนวกระดูกเพื่อกระจายแรงกดออกจากบริเวณข้อเข่าที่เสื่อม โดยพยายามรักษาข้อเข่าธรรมชาติของผู้ป่วยเอาไว้
ส่วน การเปลี่ยนข้อเข่าเทียม เป็นการเปลี่ยนผิวข้อที่เสียหายด้วยวัสดุข้อเทียม และมักพิจารณาในผู้ป่วยที่มีความเสื่อมมากกว่า
การตัดสินใจเลือกวิธีใดควรได้รับการประเมินจาก แพทย์ออร์โธปิดิกส์เฉพาะทางด้านข้อเข่า เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะกับอายุ ระดับความเสื่อม และการใช้ชีวิตของผู้ป่วยแต่ละคน
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้ หากมีอาการปวดเข่า ขาโก่ง หรือข้อเข่าเสื่อม ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
©2023. sasipongclinic. All Rights Reserved.