ปวดหลัง ปวดกระดูกสันหลัง เจ็บกระดูกสันหลัง

อาการปวดหลัง โดยเฉพาะบริเวณหลังส่วนล่าง มักพบได้บ่อย อาจเกิดจากการบาดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นที่หลัง อาการปวดมักจะดีขึ้นเมื่อได้รับการพักผ่อน กายภาพบำบัด และกินยา โดยปกติอาการจะดีขึ้นภายใน 2-3 สัปดาห์ ควรพบแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง

อาการปวดหลัง

ชนิดของอาการปวดหลัง

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์

อาการปวดหลังส่วนใหญ่จะค่อยๆ ดีขึ้นด้วยการรักษาที่บ้านและการดูแลตนเอง ซึ่งจะหายเป็นปกติภายในไม่กี่สัปดาห์ ควรพบแพทย์หากมีอาการปวดหลังที่:

  • ปวดนานกว่า2-3 สัปดาห์
  •  มีอาการรุนแรงและไม่ดีขึ้นเมื่อพักผ่อน
  • ปวดร้าวลงขาข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากปวดลงไปใต้เข่า
  • มีอาการอ่อนแรง ชา หรือรู้สึกเสียวซ่าที่ขาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้ง 2 ข้าง
  • อาการคู่กับน้ำหนักที่ไม่สามารถอธิบายได้

ในบางกรณี อาการปวดหลังอาจส่งสัญญาณถึงปัญหาที่ร้ายแรง ควรพบแพทย์ทันทีหากมีอาการปวดหลังที่:

  • ทำให้เกิดปัญหาในการปัสสาวะหรืออุจจาระ
  • มีไข้ร่วมด้วย
  • อาการปวดหลังที่เกิดจากการหกล้ม เกิดหลังกระแทก หรือการบาดเจ็บอื่นๆ

 

สาเหตุของอาการปวดหลัง

สาเหตุุทั่วไป

“อาการปวดหลังเกิดได้จากหลายสาเหตุ บางครั้งสาเหตุไม่ชัดเจน แต่มักจะดีขึ้นเองได้ สาเหตุทั่วไปของอาการปวดหลัง คือ การบาดเจ็บทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็งตัว”

สาเหตุุอื่นๆ

“บางครั้ง สภาวะอื่นๆ เช่น หมอนรองกระดูกเคลื่อน โรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบชนิดติดยึด อาจทำให้เกิดอาการปวดหลังได้สาเหตุที่พบได้น้อยครั้ง แต่อาจเป็นสัญญาณของปัญหาร้ายแรง เช่น กระดูกหัก มะเร็ง หรือการติดเชื้อ”

 

ควรทำอย่างไรหากมีอาการปวดหลัง

วิธีแก้ปวดหลังด้วยตัวเอง

โดยปกติอาการปวดหลังจะหายได้เองภายในระยะเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ ควรพยายามทำตัวให้กระฉับกระเฉงเท่าที่จะทำได้และทำกิจกรรมต่างๆ ตามปกติ หากความเจ็บปวดทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ควรกินยาแก้ปวดต่อเนื่องเพื่อให้สามารถทำกิจกรรมได้ คำแนะนำแต่ก่อนที่ว่าให้พักจนกว่าความเจ็บปวดจะทุเลาลงได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่ถูกต้องควรทำในสิ่งต่อไปนี้:

  • พยายามทำกิจกรรมในประจำวันตามปกติ
  • กินยาต้านการอักเสบ เช่น ไอบูโพรเฟน (พาราเซตามอลไม่แนะนำให้ใช้กับอาการปวดหลัง แต่อาจใช้ร่วมกับยาแก้ปวดตัวอื่นได้)
  • ประคบเย็นเพื่อลดอาการปวดและบวม
  • ประคบร้อนเพื่อบรรเทาอาการตึงของข้อต่อหรือกล้ามเนื้อกระตุก
  • ออกกำลังกายเบาๆ และยืดเหยียดในท่าที่ช่วยแก้อาการปวดหลัง

ไม่ควรนอนอยู่บนเตียงเป็นเวลานาน

 

การรักษาอาการปวดหลัง

มีการรักษาอะไรบ้าง

นอกเหนือจากการพยายามทำกิจกรรมตามปกติและการใช้ยาแก้ปวดแล้ว ยังมีการรักษาอื่นๆ อีกหลายอย่าง ขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการปวด เช่น การทำกายภาพบำบัด การฉีดยาแก้ปวด การผ่าตัด เป็นต้น

 

อาการปวดหลังสามารถป้องกันได้หรือไม่

สามารถหลีกเลี่ยงอาการปวดหลังได้อย่างไร

  • อาการปวดหลังที่เป็นผลมาจากโรคหรือปัญหาเกี่ยวกับโครงสร้างกระดูกสันหลังไม่สามารถป้องกันได้ แต่สามารถหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บที่ทำให้เกิดอาการปวดหลังได้
    เพื่อลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บที่หลัง ควรปฏิบัติตัวดังนี้:
  • รักษาน้ำหนักตัวให้เป็นปกติ: น้ำหนักตัวที่มากเกินไปจะสร้างแรงกดดันต่อกระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูก ทำให้มีโอกาสเกิดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้เพิ่มขึ้น
  • เสริมสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้อง: พิลาทิสและโปรแกรมการออกกำลังกายอื่นๆ เสริมสร้างกล้ามเนื้อแกนกลางที่รองรับกระดูกสันหลัง ทำให้กระดูกสันหลังแข็งแรง ลดความเสี่ยงต่อการเกิดการบาดเจ็บได้ง่าย
  • ยกของอย่างถูกวิธี: เพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บ ให้ยกด้วยกำลังขา (ไม่ใช่หลัง) และถือของหนักไว้ใกล้ตัว พยายามอย่าบิดลำตัวขณะยก

 

คนที่มีอาการปวดหลังแนวโน้มจะเป็นอย่างไร

แนวโน้มขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการปวด

คนส่วนใหญ่ที่มีอาการปวดหลังและเคล็ดขัดยอกจะหายดีและไม่มีปัญหาสุขภาพในระยะยาว แต่หลายคนอาจมีอาการกลับมาใหม่ภายในหนึ่งปี
บางคนอาจมีอาการปวดหลังเรื้อรังซึ่งอาการไม่ดีขึ้นหลังจากผ่านไปหลายสัปดาห์ ผู้สูงอายุที่มีภาวะเสื่อม เช่น ข้ออักเสบและโรคกระดูกพรุน อาจมีอาการแย่ลงเมื่อเวลาผ่านไป ควรปรึกษาแพทย์ เนื่องจากการผ่าตัดหรือการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ อาจมีประสิทธิภาพในการช่วยลดอาการบาดเจ็บและช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตโดยปราศจากอาการปวดได้

Cr. https://www.bnhhospital.com/th/article/backpain_spine