เราเชื่อว่ามีหลายๆ คนมีความสงสัยว่าระหว่าง “X-RAY ” และ “MRI” มันมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ทั้งๆ ที่มันก็เป็นเครื่องมือที่แพทย์ใช้วินิจฉัยหาความผิดปกติภายในร่างกายของผู้ป่วย วันนี้เรามีคำตอบมาให้ทุกคนได้คลายฉงนกัน

เป็นภาพถ่ายที่เราคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เอกซเรย์เกิดจากการปล่อยรังสีเอกซ์จากเครื่องกำเนิดฉายไปตำแหน่งที่แพทย์ต้องการวินิจฉัย เพื่อให้เกิดภาพเงา แล้วมีแผ่นฟิล์มมารองรับเพื่อบันทึกภาพ ซึ่งภาพที่ได้จะเกิดจากการที่องค์ประกอบอวัยวะใด รังสีเอกซ์ผ่านไปได้ยากจะเป็นสีขาวทึบที่เกิดจากรังสีเอกซ์ ส่วนถ้าอวัยวะใดรังสีเอกซ์ผ่านไปได้ง่ายจะโปร่งแสง ถ้าดูจากแผ่นฟิล์มเอกซเรย์จะมีสีออกเทาดำหรือดำ

นี่เป็นภาพถ่ายจากการเอกซเรย์ บริเวณกระดูกสันหลัง จะเห็นกระดูกสันหลังเป็นข้อ ระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อจะโปร่งใส ซึ่งที่โปร่งใส่นั้นคือหมอนรองกระดูก
MRI หรือ Magnetic Resonance Imaging จะใช้คลื่นวิทยุร่วมกับสนามแม่เหล็กแรงสูงเพื่อสร้างเป็นภาพ สามารถให้รายละเอียดของภาพและแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างเนื้อดีและเนื้อร้ายได้อย่างแม่นยำชัดเจน โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องความหนาของเนื้อเยื่อ จึงสามารถตรวจได้ทั้ง เนื้อและฐานสมอง เส้นเอ็น เส้นประสาท หลอดเลือด กล้ามเนื้อ ไขสันหลัง และกระดูก สามารถสร้างภาพทะลุทะลวงได้ทุกส่วนของร่างกายและทุกระนาบ

ส่วนภาพนี้เป็นภาพของกระดูกสันหลัง โดยการทำ MRI จะเห็นองค์ประกอบของกระดูกสันหลังชัดเจนมากขึ้น เช่นหมอนรองกระดูกสันหลัง, น้ำในหมอนรองกระดูกสันหลัง และเส้นประสาทในกระดูกสันหลัง เป็นต้น
ในกรณีที่คุณมีอาการผิดปกติทางกระดูกสันหลัง ,รู้สึกปวดหลังร้าวลงขา หรือปวดโดยไม่ทราบสาเหตุ และถ้าอยากที่จะรักษาให้หายก็ต้องตรวจทั้งเอกซเรย์ และ MRI ควบคู่กัน เพราะทำให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำ เนื่องจากเอกซเรย์ จะดูโครงสร้างของกระดูกสันหลังได้ชัดเจน ส่วนการทำ MRI จะเห็นความผิดปกติของหมอนรองกระดูกได้อย่างชัดเจนนั้นเอง
©2023. sasipongclinic. All Rights Reserved.